413494
180 971
287 128
86
 

วันแม่ ร.ร จัดกิจกรรมวันแม่ แล้วเด็กที่ไม่มีแม่ให้กราบ…จะรู้สึกอย่างไร ??

4 สิงหาคม 2559 ส้มซ่า !! วาไรตี้ ดูดวง บังเทิง 244 Views

กราบแม่-1

ข้อเขียนสะท้อนใจ.. เมื่อโรงเรียนจัดงานวันแม่ โดยให้เด็กพาแม่มากราบในงาน ถูกต้องดีงามแล้วหรือ แล้วเด็กที่ไม่มีแม่มาในงาน… จะสะเทือนใจขนาดไหน ความเห็นส่วนตัวสำหรับกิจกรรมวันแม่ตามโรงเรียนที่ไม่เห็นด้วยที่จะต้องเรียกแม่ของเด็กๆ ไปให้ลูกกราบหรือมอบพวงมาลัยดอกมะลิหรือติดดอกมะลิให้แม่ที่โรงเรียนเพราะยังมีเด็กอีกกลุ่มที่ไม่สามารถพาแม่มาโรงเรียนได้  เช่น-พ่อแม่เลิกกัน แม่เสียชีวิตไปแล้ว แม่ไปมีสามีใหม่ไม่มาหาลูก หรือแม่กำลังป่วยหนัก คุณอาจจะเอากลุ่มใหญ่เป็นหลักว่าส่วนใหญ่มีครบทั้งพ่อแม่

แต่พวกคุณเคยนึกถึงความรู้สึกของเด็กที่ไม่มีแม่มองเห็นภาพเพื่อนๆนำดอกมะลิกราบแม่ติดดอกมะลิที่เสื้อแม่มั้ย ?

สายตาเด็กเหล่านั้นเป็นอย่างไร ?  บางคนนั่งแอบเสาอาคารร้องไห้ บางคนสะอื้นไห้กลางวงเพื่อนนักเรียนด้วยกัน

ที่เขาร้องไห้เพราะเขาเห็นเพื่อนๆมีแม่มาอวด ขณะที่ตัวเองนึกไม่ออกว่าแม่อยู่ที่ไหน บางคนแม่ตายตั้งแต่อายุไม่ถึง 1 ขวบ บางคนแม่ไปทำงานกรุงเทพฯกลับบ้านพร้อมกับเด็กน้อยเอามาเป็นภาระให้ย่าหรือยายเลี้ยงแล้วก็หายหน้าไปเลย

เขาและเธอไม่เคยเห็นหน้าแม่จริงๆเลย เด็กเหล่านี้แม้มีไม่กี่คนแต่ความสุขที่มันกำลังหลั่งล้นของคนที่มีแม่มันแอบทำร้ายจิตใจเด็กๆเหล่านี้ เรามั่นใจว่ากิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดทำให้เด็กๆเหล่านี้สะเทือนใจมาก

    วิธีแก้ไม่ให้เด็กไร้แม่ปวดใจคือให้เด็กๆไปกราบแม่ของแต่ละคนที่บ้าน จะเป็นแม่จริงๆหรือคนที่เลี้ยงแทนแม่จริงก็เป็นเรื่องของทางบ้าน โดยก่อนถึงวันนั้นจะต้องโน้มน้าวให้เด็กซึ้งในพระคุณของคนที่เลี้ยงดู และของแม่ที่ให้กำเนิดโดยแยกแยะอธิบายว่าใครมีบทบาทอย่างไรที่ทำให้เขาเติบโตเป็นมนุษย์และอย่าพูดคำว่า“กำพร้าแม่”เด็ดขาด

วันสำคัญดังกล่าวโรงเรียนควรจัดกิจกรรมเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของแม่ของชาติเท่านั้น คือกิจกรรมเพื่อ“สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ” เน้น “แม่ของแผ่นดิน”เป็นหลัก ไม่ต้องลากเอาแม่ของลูกๆมาโรงเรียนอย่างที่ทำกัน

ก่อนจะเริ่มพิธีที่โรงเรียนครูจะต้องพูดว่าวันนี้เป็นวันแม่และทุกคนต่างนึกถึงพระคุณของแม่ผู้ให้กำเนิด แต่เราต้องนึกถึงพระคุณของผู้ที่เลี้ยงดูเราทุกคนด้วยเพื่อตอบแทนพระคุณของคุณแม่ และของคุณพ่อ คุณปู่ คุณย่า คุณตาย คุณยาย รวมทั้งคุณป้า คุณอา ที่ช่วยเลี้ยงดูเราจนเติบใหญ่หลังจากเสร็จพิธีในวันสำคัญที่โรงเรียนแล้ว พวกเธอกลับบ้านต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ให้พวกท่านเหล่านั้นชื่นชมเช่น

– ช่วยกวาดบ้าน ถูบ้าน
– ชักเสื้อผ้าเอง ซักถุงเท้า ซักรองเท้าเอง
– ช่วยเป็นลูกมือขณะผู้ใหญ่ทำกับข้าวเช่นช่วยล้างผัก เก็บจาน แกะเปลือกกระเทียมฯลฯ
– ช่วยล้างถ้วย ล้างจาน
– ทำอย่างนี้เป็นกิจวัตรประจำวันนอกเหนือจากทำการบ้านที่ครูสั่ง
– และ…มีอะไรที่เด็กทำได้ท่านผู้เป็นครูก็เสริมเขาไป

ขออย่าให้เด็กมีความรู้สึกอ้างว้างและหดหู่อีกเลย

ไม่ควรให้เด็กที่รู้สึกขาดแม่ไม่เสียใจ

จริงอยู่ที่ทุกคนจะมีน้ำตาเหมือนกัน มีการร้องไห้เหมือนกันแต่คุณอาจจะมีน้ำตาเพราะคุณมีความสุขปลื้มปีติ ได้หน้าได้ตาได้รับการชื่นชมจากหน่วยเหนือ

หากโรงเรียนไม่เอาแม่ของเด็กมานั่งบนเก้าอี้ แล้วให้เด็กนำดอกมะลิมามอบและกราบแม่บนเวทีห้องประชุมมีความผิดอุกฉกรรจ์ไหม

หันมารณรงค์ให้เด็กๆสนใจที่จะมอบความรักทดแทนพระคุณแม่ในทุกๆที่ทุกๆโอกาส ให้หันมาทำดีกับแม่ทุกวันทุกเวลาดีกว่าทำต่อหน้าสาธารณชน

อย่าทิ้งให้เด็กเหล่านี้นั่งพิงเสาร้องไห้ หรือแอบมองภาพแม่กอดเพื่อนอย่างเจ็บปวด ปลูกฝังให้เข้มแข็งบอกกล่าวในสิ่งดีว่าแม้เด็กๆจะไม่มีแม่แต่คนที่เลี้ยงดูมา ก็สามารถทำหน้าที่แม่ได้แม้จะไม่เท่าแม่จริงๆก็ตามให้เค้ามีความเข้มแข็ง เพิ่มกำลังใจเข้าไป

กระทุ้งนอกสภาฯฉบับนี้ผมมีเจตนาจะชี้ว่า

1.โรงเรียนควรจัดวันแม่แห่งชาติเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชนีฯเท่านั้น

2.โรงเรียนไม่ต้องเอาแม่ของเด็กๆมานั่งบนเวทีแล้วให้เด็กนำเข็มกลัดดอกมะลิหรือพวงมาลัยดอกมะลิมามอบบูชาแม่ในวันนั้นเพราะ (อ่านข้อ 3 ต่อนะ)

3.เราสงสารเด็กที่ไม่มีแม่มาร่วมกิจกรรม และไม่มีแม่ขึ้นไปบนเวทีเหมือนคนอื่นเพราะ แม่ตาย หรือ แม่เลิกกับพ่อแล้วหายหัวไปเลย รวมทั้งเด็กที่แม่ยังไม่ตายแต่มีภารกิจต่างจังหวัดหรือลางานไม่ได้

4.บางท่านอาจจะแย้งว่าเอาย่า เอายาย เอาป้า อา หรือเอาครูทำหน้าที่รับมะลิแทนแม่ก็ได้นั้น…ขอยืนยันว่า “ผิด”(อ่านข้อ 5 ต่อนะ)

5.เพราะแม่มีใครคนอื่นมาทดแทนแม่จริงๆที่คลอดตัวเองออกมาได้แน่ ต่อให้นางฟ้าเหาะจากเมฆมาขอเป็นแม่เด็กก็ไม่เอาหรอก

6.ขอยืนยันว่าทุกตัวอักษรนี้นำมาจากการรู้เห็นเอง และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นที่เคยพบเห็นเด็กร้องไห้

7.เมื่อวันที่ 8 ส.ค.57 ท่านหนึ่งทางอำเภอลอง จังหวัดแพร่ ยังโพสต์รูปเด็กชายไม่มีแม่และนั่งร้องไห้ในเฟซบุ๊คด้วย แต่เราไม่ได้นำมาโพสต์ประกอบข้อเขียนนี้

8.บทความนี้ มีข้อเสนอว่าเราควรให้เด็กตอบแทนพระคุณของ คุณพ่อ คุณแม่ วิธีไหนแล้ว (ควรอ่านอีกซักรอบ)

    เด็กๆที่ขาดแม่คงน่าจะรู้สึกน้อยใจไม่มาก เท่าที่ผ่านมาเด็กอาจจะรู้สึกไม่เหมือนกันแต่เราก็ไม่ควรมองข้าม ปีหน้าพวกท่านกรุณาทบทวนกิจกรรมกันใหม่เถอะค่ะ

 


ขอขอบคุณที่มาจากคุณ : Sirisak SirithiChakon

 

ที่มา   :  timeshare9.com.

โฆษณา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

แสดงความคิดเห็น

Recent Posts

ข่าวเด่น ยอดฮิต