413494
180 971
287 128
86
 

2493 จารึกประวัติศาสตร์ผองไทย

25 ตุลาคม 2559 ส้มซ่า !! วาไรตี้ ดูดวง บังเทิง 470 Views
%e0%b9%92%e0%b9%94%e0%b9%99%e0%b9%93-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c

ปีพุทธศักราช 2493 หรือในต้นรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นและเป็นที่จดจำของประชาชนชาวไทย ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ และสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในราชวงศ์จักรี

โดยในวันที่ 24 มีนาคม พุทธศักราช 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้เสด็จนิวัติกลับประเทศไทยโดยเรือเดินสมุทรซีแลนเดีย พร้อมด้วย ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร พระคู่หมั้น และได้จัดให้มีพระราชพิธีสมโภชในการเสด็จนิวัติสู่พระนครในวันรุ่งขึ้นที่พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง การเสด็จนิวัติครั้งนี้ ทรงมีพระราชประสงค์เพื่อกระทำพระราชพิธีสำคัญ 3 ประการคือ

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระบรมเชษฐาธิราช

พระราชพิธีอภิเษกสมรส

พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระบรมเชษฐาธิราช

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล สยามมินทราธิราช ณ เมรุมาศท้องสนามหลวง

วันที่ 29 มีนาคม พุทธศักราช 2493 เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จพระราชดำเนินขึ้นสู่พระเมรุมาศ ด้วยพระพักตร์อันเศร้าหมอง ทรงวางเครื่องราชสักการะพระบรมศพพระบรมเชษฐา ทหารเป่าแตรเดี่ยวสัญญาณนอน ครั้นแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงจุดธูปเทียนและถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

วันที่ 30 มีนาคม เวลาเช้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จขึ้นพระเมรุมาศ ทรงจุดเทียนเครื่องราชสักการะ ถวายบังคมพระบรมอัฐิ และสรงด้วยน้ำพระสุคนธ์ แล้วทรงเก็บพระบรมอัฐิประมวลลงในพระโกศ แล้วเจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระโกศพระบรมอัฐิจากพระเมรุมาศไปประดิษฐานยังบุษบกเหนือพระแท่นแว่นฟ้าทอง บนพลับพลาทรงธรรม

พระราชพิธีอภิเษกสมรส

วันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2493 เวลา 09.30 น. นับเป็นวันที่มีความหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทยวันหนึ่ง เพราะเป็นวันประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ และ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร พระคู่หมั้น พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสนี้ได้จัดขึ้นที่วังสระปทุม อันเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

เมื่อสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จออก ณ ชั้น 2 ของพระตำหนักแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ฯ ทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้ธูปเทียนเครื่องราชสักการะ สมเด็จฯ พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า หลังจากนั้น สมเด็จฯ พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้ถวายน้ำพระมหาสังข์ พร้อมกับตรัสถวายพระพร ประทานพร และทรงเจิมที่พระนลาฏแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ และ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ตามโบราณราชประเพณี

ต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ พระอัครมเหสี เป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์แก่สมเด็จพระราชินีในศุภมงคลโอกาสนี้ด้วย

ในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 29 เมษายน ทั้งสองพระองค์เสด็จแปรพระราชฐานโดยรถไฟพระที่นั่งไปประทับ ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 5 วัน

พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก

วันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 เวลา 11.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ  เสด็จฯ สู่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ประทับพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ภายใต้พระบวรมหาเศวตฉัตร ประกอบพิธีพระบรมราชาภิเษก ตามโบราณราชประเพณี จากนั้นจึงมีพระปฐมบรมราชโองการ พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” แล้วทรงหลั่งทักษิโณทก ตั้งพระราชสัตยาธิษฐานจะทรงปกครองพระราชอาณาจักรโดยทศพิธราชธรรมจริยา ทั้ง 10 ข้อได้แก่

1.ทาน  คือ การให้

2.ศีล คือ ความประพฤติที่ดีงาม ทั้ง กาย วาจา และใจ

3.บริจาค  คือ การเสียสละ

4.อาชวะ คือ การสุจริต ความซื่อตรง

5.มัททวะ คือ การมีความอ่อนโยน

6.ตบะ คือ การการกำจัดความเกียจคร้านและความชั่ว

7.อักโกธะ คือ ความไม่โกรธ

8.อวิหิงสา คือ ความไม่เบียดเบียนผู้อื่นตลอดจนถึงสัตว์ต่าง ๆ ให้ได้ทุกข์ยาก

9.ขันติ คือ การอดทนต่อสิ่งที่ควรอดทนเป็นเบื้องต้น

10.อวิโรธนะ คือ ความหนักแน่น ถือความถูกต้อง เที่ยงธรรมเป็นหลัก

ทรงรับเฉลิมพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และโปรดเกล้าฯ ทรงสถาปณาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พระอัครมเหสี ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ยังความปลื้มปีติแก่พสกนิกรไทยอย่างถ้วนหน้า

เรียบเรียงจาก : หนังสือชุดภาพกรุงรัตนโกสินทร์สองร้อยปี

ที่มา :  bangkokbanksme.com

โฆษณา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

แสดงความคิดเห็น

Recent Posts

ข่าวเด่น ยอดฮิต