413494
180 971
287 128
86
 

หาอ่านยาก! เรื่องเล่าสุดประทับใจจากเลซองถึง ‘พระราชอาคันตุกะ’ พระราชพิธีครองราชย์60ปี

27 ตุลาคม 2559 ส้มซ่า !! วาไรตี้ ดูดวง บังเทิง 344 Views

ในงานฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดช รัฐบาลได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระจักรพรรดิ พระราชาธิบดี พระราชินี ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดของแต่ละประเทศที่ยังมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพื่อมาร่วมการเฉลิมฉลองวาระอันยิ่งใหญ่นี้

พระราชอาคันตุกะเหล่านี้ จะมี “เลซอง” (Liaison=เจ้าหน้าที่ประสานงาน) ที่ทางกระทรวงการต่างประเทศจัดให้ไว้เพื่อต้อนรับ ประสานงาน และการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ

แต่ละคณะจะมีเลซองประจำคณะ 2 คนขึ้นไป หลักๆ คือเป็นเลซองประจำตัวประมุข 1 คน และผู้ช่วยเลซอง 1 คน แต่หากมีพระชายา / พระสวามีโดยเสด็จด้วยก็จะเพิ่มเลซองอีก 1 คน (ของมาเลเซียกับญี่ปุ่น มีคณะละ 4 คน เนื่องจากญี่ปุ่นมีผู้ตามเสด็จประมาณ 200 คน)

และเรื่องเหล่านี้ คือเรื่องเล่าผ่านเลซองคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “คุณมล”

1164986860

เรื่องแรกน่าจะเป็นเรื่องของเจ้าชายในฝันแห่งภูฏาน โดยเฉพาะในวันที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินพักผ่อนที่ภูเก็ตนั้น คนไทยได้เห็นพระองค์ท่านฉลองพระองค์ด้วยเสื้อเหลืองตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี เลซองเล่าให้ฟังว่า

“พี่คนที่เค้าขายของอยู่ตรงแถวๆ โรงแรมเชอราตัน ที่เจ้าชายจิกมีแห่งภูฏานประทับอยู่ เล่าว่าเมื่อวานนี้ตอนช่วงค่ำ ทรงให้องครักษ์ลงมาหาซื้อเสื้อสีเหลือง 60 ปีครองราชย์ของในหลวงค่ะ แต่พอดีตอนที่องครักษ์ลงมาซื้อ คนขายไม่อยู่ก็เลยไม่ได้ซื้อขึ้นไป คิดว่าพระองค์คงทอดพระเนตรเห็นร้านขายเสื้อตอนเสด็จพระราชดำเนินผ่าน เวลาเสด็จออกจากโรงแรม

“ทรงน่ารักมากเลย คงจะทรงเห็นประชาชนใส่ จึงทรงอยากใส่บ้าง”

จากเรื่องของ “เจ้าชายจิกมี” (บรรดาศักดิ์ในขณะนั้น) ก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ “สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตกับสมเด็จพระจักรพรรดินี”

หมายกำหนดการหนึ่งของพระองค์ท่าน คือ การเสด็จฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่เสด็จฯ นั้น น้องๆ นิสิตและบรรดาอาจารย์ที่ไปรอรับเสด็จฯ ก็ประทับใจกับความไม่ถือพระองค์ของพระองค์ท่าน ด้วยการที่พระองค์ท่านเปิดประตูรถลงมาโบกพระหัตถ์และทรง “โค้งรอบทิศ” ให้กับทุกๆ คน

เลซองที่ไปด้วยบอกว่า เมื่อทรงโค้ง ทุกคนก็โค้งตอบ ก็ทรงโค้งตอบอีก คนก็โค้งตอบอีก ไม่สิ้นสุดเลย ดูแล้วน่ารักมาก จนราชสำนักญี่ปุ่นที่ไปด้วยบอกว่า “คนไทยเนี่ย โค้งสวยกว่าคนญี่ปุ่นอีก”

_r020737

อีกท่านที่ประทับใจมากคือมกุฎราชกุมารตองกา เวลารถยนต์พระที่นั่งผ่านประชาชนที่มารับเสด็จจะรับสั่งให้คนขับรถขับช้ามากๆๆๆๆๆ

แต่เมื่อมองเข้าไปในรถ พระองค์ท่านกำลังหาอะไรบางอย่าง กลุ่มคนที่รอก็พึมพำสงสัยว่าทำไมท่านไม่หันพระพักตร์มาทางผู้มารับเสด็จ และวินาทีสุดประทับใจก็คลายความสงสัยทุกคน พระองค์ลดกระจกลง แล้วยื่นพระหัตถ์ออกมาโบกสะบัดธงชาติไทย

“เสียงกรี๊ดระคนกับเสียงทรงพระเจริญดังมากๆ สรุปคือระหว่างที่ท่านหันพระพักตร์ออกจากประชาชน คือ หันไปหาธงชาติไทยมาโบกค่ะ”

Swaziland King Mswati III (R) and Queen Inkhosikati LaDube (C) are greeted by Thai Crown Prince Maha Vajiralongkorn (L) upon arrival at the Military Airport in Bangkok 11 June 2006. Royals from around the world are to arrive at the weekend for more celebrations 11 and 12 June including a parade of gilded barges through the capital on the Chao Phraya River. Among those set to attend the festivities are Emperor Akihito of Japan, Prince Albert II of Monaco, King Abdullah II of Jordan, Queen Sofia of Spain, as well as leaders of several Gulf states. AFP PHOTO/ROSLAN RAHMAN / AFP PHOTO / ROSLAN RAHMAN
AFP PHOTO/ROSLAN RAHMAN / AFP PHOTO / ROSLAN RAHMAN

ส่วน “คณะของสวาซิแลนด์” ทำเอาชาวบ้านหัวใจเกือบวาย ด้วยการประกอบพิธีโดยคุณ “Spiritualist” (หมอผี) ในคณะ

เมื่อคราวเสด็จฯ พระที่นั่งอนันตสมาคม ตอนที่คณะจะเสด็จกลับ คุณ Spiritualist ซึ่งได้รับเชิญให้มากับ

กษัตริย์สวาซิแลนด์คนนี้ก็เดินกลับมาหาในหลวง แล้วก็ตะโกนเสียงดังมาก ท่าทางขึงขังราวกับจะเข้ามาทำร้าย แล้วก็เดินจากไป ขณะที่พระองค์ท่านพระพักตร์นิ่งมากๆ ส่วนทุกคนในที่นั้นหน้าซีดเผือด

คืนนั้น เจ้าหน้าที่ราชองครักษ์มาที่โรงแรมทันที ในวังสั่งให้มาสอบถามฝ่ายสวาซิแลนด์ว่า คุณหมอผีแกพูดว่าอะไร และท่าทางในขณะนั้นมีความหมายว่าอย่างไร

คำตอบน่ารักมาก เขาบอกว่า นั่นคือพิธีถวายพระพรพระเจ้าอยู่หัว แต่เสียดายมากที่ไม่สามารถทำได้อย่าง “ครบเครื่อง” เพราะตามปกติต้องมีชุดประจำชาติ (ซึ่งจะมีหอก และไม้เท้า) แต่โดยที่เราไม่อนุญาตให้พกอาวุธ (ยกเว้นเป็นเครื่องแต่งกายปกติของกษัตริย์ อาทิ ชุดของ king คูเวต และมาเลเซียซึ่งเหน็บกริชด้วย) จึงทำให้ไม่สามารถทำได้อย่างครบถ้วนถูกต้อง แล้วขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วย

 AFP PHOTO RESTRICTED TO EDITORIAL USE / AFP PHOTO / Royal Palace / STR
AFP PHOTO RESTRICTED TO EDITORIAL USE / AFP PHOTO / Royal Palace / STR

ส่วน speech ประวัติศาสตร์ที่จับใจคนทั้งโลกขององค์สุลต่านแห่งบรูไน เลซองเล่าว่า ก่อนหน้านั้นเพียงวันเดียว พระองค์ท่านได้ทรงขอข้อมูลจากฝ่ายไทยเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเตรียมการยกร่าง

Speech นั้น องค์สุลต่านเป็นผู้ยกร่างด้วยพระองค์เองทั้งสิ้น โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศบูรไนเป็นผู้เตรียมประเด็นสั้นๆ (pointers) ให้ ทราบว่าทรงปลาบปลื้มพระทัยยิ่งกับความเอาพระทัยใส่ของในหลวงของเรา ที่ทรงรับสั่งแสดงความยินดีกับองค์สุลต่านที่พระชายาชาวมาเลเซียมีประสูติกาลพระโอรสเพียง 1 สัปดาห์ก่อนเสด็จมาประเทศไทย

“อยากจะบอกว่า ภาษาอังกฤษที่ใช้นั้น ไม่มีอะไรที่ซับซ้อนเลย เป็นภาษาที่แสนจะง่าย ธรรมดาสามัญ แต่เมื่อประกอบกันขึ้นเป็น SPEECH แล้ว กลับซาบซึ้งกินใจอย่างยิ่ง”

_r020710

และความประทับใจท้ายสุดน่าจะผ่านทาง “เจ้าชายแห่งลักเซมเบิร์ก” ที่พระองค์ได้เสด็จฯ เยี่ยมชมตลาด อตก. และทรงลองเสวยทุเรียน

คุณแม่ค้าเจ้าของร้าน “นันท์-น้อย” เล่าว่า ขณะที่กำลังขายผลไม้อยู่หน้าร้าน ปรากฏว่าบริเวณหน้าตลาด อตก. มีผู้คนคึกคักผิดปกติ เลยรู้ว่ามารอชมพระบารมี การเสด็จฯ ครั้งนี้ พระองค์ท่านพระดำเนินจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสมายังตลาด (คิดดูว่าทั้งร้อนทั้งไกลขนาดไหน)

“มาถึงพระองค์ท่านก็เลี้ยวมาที่ร้านของดิฉันทันที พระองค์ทรงหยุดมองทุเรียนที่วางขายอยู่หน้าร้าน ซึ่งดิฉันก็บอกกับล่ามของพระองค์ว่า สามารถชิมได้ พระองค์มีท่าทีสนใจ และยิ้มแย้มที่ได้เห็นทุเรียน แต่ทางผู้ติดตามบอกว่าพระองค์ไม่สามารถชิมได้ เพราะเกรงว่าจะท้องเสีย แต่พอล่ามได้บอกกับพระองค์ว่า แม่ค้าอยากให้ชิม พระองค์จึงตรัสว่าจะลองชิม แล้วผู้ติดตามก็ได้ให้ดิฉันเช็ดมีดให้สะอาด แล้วเอาไม้มาให้พระองค์จิ้มเสวย แต่ปรากฏว่าพระองค์ทรงใช้มือหยิบเสวย พร้อมชมว่า อร่อยมากๆ”

คุณแม่ค้าเล่ามาถึงตรงนี้ ก็ยิ้มปลื้ม ก่อนจะบอกว่า “เสวยทุเรียนเสร็จ ดิฉันก็ถวายมังคุดให้เสวยต่อ ซึ่งพระองค์ก็ชอบมากอีกเช่นกัน ดิฉันเลยบอกผู้ติดตามว่าจะขอถวายผลไม้ให้ได้ไหม แต่ทางผู้ติดตามบอกว่า จะขอซื้อ เพราะถ้าถวาย ก็กลัวว่าแม่ค้าจะขาดทุน เพราะต้องซื้อเป็นจำนวนมาก” เธอถึงยอมขายทุเรียนให้พระองค์ท่านไป 4 กิโล ราคา 1 พันบาท แล้วก็แถมผลไม้อย่างอื่นให้ด้วย

คุณพี่แม่ค้าเล่าตอนนี้อย่างปลื้มสุดสุดอีกว่า “พระองค์ท่านถามดิฉันว่าทำไมต้องให้ฟรี ดิฉันบอกว่าพระองค์เป็นแขกของในหลวง พระเจ้าแผ่นดินที่ดิฉันเคารพรักมาก เมื่อพระองค์มาเยือนประเทศไทย มาเป็นแขกของพระเจ้าแผ่นดิน ดิฉันก็ต้องต้อนรับให้ดีที่สุดเช่นกัน พอล่ามแปลให้ฟัง พระองค์ท่านก็ทรงยิ้มแย้ม”

อยากบอกเหลือเกินว่าแม่ค้าคนหนึ่ง ยังสำนึกตลอดเวลาที่จะทำสิ่งดีๆ แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยถวายในหลวงของเรา

แล้ววันนี้คุณทำสิ่งดีๆ ใดๆ ถวายพระองค์ท่านหรือยัง

 

ที่มา  : matichonweekly.

โฆษณา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

แสดงความคิดเห็น

Recent Posts

ข่าวเด่น ยอดฮิต