413494
180 971
287 128
86
 

พิการทั้งครอบครัว ขาดรายได้ วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ

3 สิงหาคม 2560 ส้มซ่า !! วาไรตี้ ดูดวง บังเทิง 115 Views
ครอบครัวพิการ

 

สุดรันทด ครอบครัวพิการ 3 คน พ่อ แม่ ลูก อยู่กันอย่างยากลำบาก อาศัยเบี้ยคนชรา คนพิการและกรีดยางรับจ้างวันละ 70 – 80 บาท ยังชีพ โดยสามีวัย 62 ปีพิการขาซ้าย ป่วยเป็นมะเร็งในช่องปาก ลูกชายวัย 38 ปี เป็นใบ้ พิการทางสมอง แม่วัย 60 ปี แบกภาระเลี้ยงดูทั้งครอบครัวด้วยการรับจ้างกรีดยางพารา แต่กลับประสบโชคร้ายซ้ำ แขนขวาอ่อนแรง
วันนี้ (3 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 223 ม.1 ต.หนองบัว อ.รัษฎา จ.ตรัง พบครอบครัวผู้พิการอยู่ด้วยกัน 3 คน พ่อแม่ลูก ทราบชื่อคือ นายประทวน เกิดความสุข หรือลุงแว อายุ 62 ปี ผู้เป็นพ่อได้พิการขาขาดจากอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน อีกทั้งยังป่วยเป็นโรคมะเร็งในช่องปาก นางบุญริน เกิดความสุข อายุ 60 ปี ผู้เป็นภรรยา อาการแขนขวาอ่อนแรง ทำงานกรีดยางรีบจ้างด้วยมือเดียว และนายธรรมรงค์ เกิดความสุข อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นลูกชาย ได้พิการทางสมองและเป็นใบ้มาตั้งแต่กำเนิด

ครอบครัวพิการ

 

จากการสอบถามนายประทวน เกิดความสุข หรือลุงแว ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว แต่พิการขาด้านซ้าย เนื่องจากประสบอุบัติโดนรถชนเมื่อปี 2542 ทำให้ต้องสูญเสียขาซ้ายไปหนึ่งข้าง แต่ก็ยังสู้ชีวิต รับจ้างกรีดยางพาราสองคนกับภรรยา แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา นายประทวนหรือลุงแว ก็ต้องประสบกับโชคร้ายซ้ำซ้อน ทราบว่าตนเองเป็นมะเร็งในช่องปาก ไม่สามารถกรีดยางได้อีก แต่โชคดีที่มีหลานทำรถพ่วงข้างไว้ให้ใช้ และดัดแปลงเกียร์รถที่สามารถใช้มือใส่เกียร์ได้ เพื่อให้ได้ขับขี่รถออกไปทำธุระข้างนอก  เพื่อจะได้แบ่งเบาภาระภรรยาที่ยังสามารถทำงานรับจ้างกรีดยางพาราเพียงลำพังได้ เช่น ขับรถพ่วงออกไปซื้อกับข้าว ตักน้ำในบ่อ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร ไปหาซื้อน้ำถังสำหรับมาดื่ม ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านออกไปกว่า 1 กม.

 

ครอบครัวพิการ

 

ส่วนนางบุญริน ซึ่งเป็นภรรยา ต้องแบกภาระหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว  โดยทำหน้าที่กรีดยางพาราแต่เพียงผู้เดียว เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ตื่นลุกขึ้นรับจ้างกรีดยางพารา ตั้งแต่เวลาประมาณ 24.00 น. ซึ่งนอกจากราคายางตกต่ำขายได้แบ่งกับเจ้าของสวนแล้ว มีรายได้ครั้งละประมาณ 70 – 80 บาทเท่านั้น แต่ในช่วงที่เกิดฝนตกก็ไม่สามารถกรีดได้ บางครั้งฝนตกติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน จะไม่มีรายได้ใดๆ เข้าครอบครัว

นอกจากนั้นมีเบี้ยคนชราและเบี้ยคนพิการรวมกัน 3 คน เดือนละ 3,600 บาท  แต่ก็ยังไม่วาย ปีนี้เจอโชคร้ายซ้ำอีกครั้ง นางบุญรินได้เกิดอาการแขนขวาอ่อนแรงลง ทำให้ทำงานหนักมากไม่ค่อย ต้องกรีดยางด้วยมือข้างเดียว ส่วนนายธรรมรงค์ บุตรชายพิการตั้งแต่กำเนิดทางด้านสติปัญญาและเป็นใบ้ ยังช่วยแบ่งเบาภาระได้บางส่วน เช่น ช่วยเก็บฟืน ช่วยแม่เก็บน้ำยางพารา หลังจากกรีดยางพาราได้บ้าง แต่ก็ต้องมีคนช่วยกำกับดูแลอยู่ตลอดเวลา

 

ครอบครัวพิการ

 

ทั้งนี้ ที่อยู่อาศัยก็ไม่ได้เป็นบ้านของตัวเอง แต่อาศัยอยู่ในกระท่อมกลางสวนป่ายางพาราของนายจ้าง ที่ได้ให้ครอบครัวตนได้รับจ้างกรีดยางเพื่อประทังชีวิต โดยสภาพที่อยู่อาศัยนั้นเป็นบ้านชั้นเดียว ห่างบ้านเรือนผู้คน มีประตูหน้าต่างครบ หลังคามุงกระเบื้อง ส่วนฝาพนังกั้นด้วยอิฐครึ่งหนึ่งและสังกะสีครึ่งหนึ่ง ส่วนภายในบ้านได้กั้นเป็นห้องด้วยสังกะสี และมีห้องครัวอยู่ด้านใน ที่พอให้อยู่กันได้ 3 คนพิการ

ข้าวของเครื่องใช้มีเพียงไม่กี่ชิ้น ไม่มีห้องน้ำ หากจะปลดทุกข์หนัก ทุกข์เบา ต้องวิ่งเข้าไปในป่าในสวนยางพารา ขุดหลุมฝังกลบ ซึ่งใช้ชีวิตกันไปวันๆ โดยไม่รู้ชะตากรรม แต่ก็ยังต่อสู้ด้วยการรับจ้างกรีดยางมาโดยตลอด ยิ่งช่วงนี้ราคายางพาราตกต่ำเศรษฐกิจย่ำแย่ ต้องแบ่งปันกับนายจ้าง 55 ส่วน กับ 45 ส่วน ทำให้ได้เงินวันละ 70 – 80 บาท เท่านั้น

 

ครอบครัวพิการ

 

ทั้งนี้ รายได้ของครอบครัวคือเงินคนพิการและเงินคนชรา ก็ต้องนำไปซื้อยาสมุนไพรให้แก่นายประทวน หรือลุงแว ที่ป่วยเป็นมะเร็งในช่องปาก ก็แทบจะไม่มีเงินเหลือให้ได้ซื้อของกินของใช้อย่างอื่นเลย ต้องคอยอาศัยญาติพี่น้อง ลูกหลานช่วยซื้อของกินให้ เพื่อประทังชีวิตไปวันๆ ทำกับข้าวก็ต้องประหยัด ด้วยการใช้ไม้ฟืนแทน หากไม่มีเงินเติมแก๊ส

ด้านนายประทวน เกิดความสุข กล่าวว่า ตนและภรรยาได้รับเงินคนพิการกับเงินคนชราคนละ  1,400 บาทต่อเดือน ส่วนนายธรรมรงค์ ลูกชายได้รับเงินคนพิการ เดือนละ 800 บาท เพื่อใช้ประทังชีวิต แต่พอตนมาเป็นโรคมะเร็งในช่องปาก ตนก็ไม่อยากจะรักษากับทางโรงพยาบาล ซึ่งจะต้องทำคีโมหรือฉายรังสี และผ่าตัด ตนจึงขอไม่รักษาเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก จึงเปลี่ยนมารักษาโดยซื้อสมุนไพรที่เป็นแพทย์แผนไทยมาต้มกิน จากการแนะนำของเพื่อนบ้าน โดยจะซื้อทั้งหมด 3 ครั้ง 3 หม้อ ในราคาครั้งแรก 4,000 บาท ครั้งที่ 2 เป็นเงิน 4,000 บาท กินได้ครั้งละ 2 เดือน ซึ่งตอนนี้ซื้อไปเป็นครั้งที่ 2 แล้ว  ตนรู้สึกว่าอาการดีขึ้น ไม่เจ็บปวดที่ปากเหมือนแต่ก่อน ยังคงเหลือครั้งที่ 3 ซึ่งต้องใช้เงิน ถึง 6,000 บาท ยังไม่มีเงินซื้อ ส่วนเงินที่นำไปซื้อยานั้น เป็นเงินที่เก็บหอมรอมริบจากเงินเดือนคนพิการและเงินคนชรา ก็หมดเงินแล้ว ที่เหลือของกินของใช้อาหาร ก็ได้จากการรับจ้างกรีดยางพาราตกวันละประมาณ 70 – 80 บาท เท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ฝนตกไม่ได้กรีด แต่ก็ยังต่อสู้ ใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งหากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือท่านผู้ใจบุญต้องการช่วยเหลือ ตนก็อยากได้น้ำประปาใช้ จะได้ไม่ต้องไปตักน้ำที่บ่อ และขอห้องน้ำ เพื่อความสะดวกในการปลดทุกข์จะได้ไม่ต้องเดินเข้าป่า

ครอบครัวพิการ

 

ด้านนางบุญริน เกิดความสุข กล่าวว่า ตนเองเป็นห่วงสามีและลูกชาย หากตนเป็นอะไรไป ก็คงจะลำบากมาก และหากไม่มีเขา ตนเองก็ลำบากเช่นกัน กรีดยางก็ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ลำบากมากๆ โดยเฉพาะลูกชาย เพราะตนจะต้องคอยดูแล คอยสอนเขาตลอด เนื่องจากเขาสติไม่สมประกอบ เมื่อเวลาเขาโกรธจะชอบทะเลาะกับพ่อ มีแต่ตนเท่านั้นที่คอยห้ามปรามเขาได้ จึงอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาดูแลที่อยู่ที่กิน

ทั้งนี้นายประทวนและนางบุญมีลูกด้วยกันทั้งหมด 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน คนโตก็คือนายธรรมรงค์ ที่อยู่กับตนและสามี ส่วนลูกอีก 2 คนเป็นปกติ ก็ได้แยกย้ายกันไปมีครอบครัว แม้จะกลับมาดูแลบ้าง แต่ก็มีภาระครอบครัวของแต่ละคนจะต้องดูแลเช่นกัน

จึงอยากขอวอนหน่วยงานในพื้นที่ลงสำรวจและช่วยเหลือครอบครัวคนพิการ

ขอบคุณ : workpointtv.com

โฆษณา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

แสดงความคิดเห็น

Recent Posts

ข่าวเด่น ยอดฮิต